ปารดา พยัคฆนันท์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์
ปารดา พยัคฆนันท์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์

ความรักในแบบที่เป็นแม่ของฉัน

เนื้อหานี้ถูกเรียบเรียงในรูปแบบที่ไม่มีการตกแต่งผลงานโดยทีมงาน DifferSheet ผู้อ่านสามารถดูผลงานอย่างเต็มรูปแบบผ่านคอมพิวเตอร์ได้ที่นี้ ดูเต็มรูปแบบ

แม่"ขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพที่"เหนื่อยที่สุด" เป็นอาชีพที่มีเงินเดือนเป็นรอยยิ้มของเด็กน้อย...... มีโบนัสเป็นคำพูดว่า"รักแม่"จากผู้เป็นลูก..... มีแรงผลักดันคือ"ความรักของลูกที่มีต่อแม่"

ฉันเป็นลูกคนเล็กหรือลูกคนที่สองของแม่ ฉันเคยคิดว่าแม่คงจะรักพี่มากกว่าฉันเพราะฉันไม่ใช่ลูกคนแรกที่เข้าเรียนอนุบาล ฉันไม่ใช่ลูกคนแรกที่สอบเข้า โรงเรียนมัธยมดังๆที่มีชื่อเสียง ฉันไม่ใช่ลูกคนแรกที่ให้แม่ช่วยสอนการบ้าน และฉันไม่ใช่ลูกคนแรกที่ บอก"รักแม่" ฉันเคยคิดอย่างนั้น.......แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย....แม่รักฉันกับพี่เเท่ากันไม่มีวันจืดจาง.......

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2549 2:00 PM

เป็นวันที่ฉันเกิดขึ้นมาลืมตามองโลกใบนี้เป็นวินาทีแรกของชีวิต มันเป็นช่วงเวลาการเริ่มต้นของชีวิตของฉัน และก็เป็นวินาทีที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันเรียกว่า"แม่"ทรมานที่สุด แม่บอกกับฉันว่าในตอนนั้นท่านเจ็บมาก แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กคนหนึ่งที่ตนเองเรียกว่า"ลูก"ร้องไห้เสียงดัง ความเจ็บปวดก็หายไปในเสี้ยววินาที แม่บอกว่าในตอนนั้นหลังจากออกจากห้องคลอดแล้วฉันก็ร้องตลอด ทุกครั้งที่ต้องแยกจากแม่ ฉันจะรู้สึกเหมือนโดนทิ้ง พยาบาลพยายามร้องเพลงกล่อมฉันแต่ก็ไม่เป็นผล จึงพาฉันไปหาแม่ ฉันก็หยุดร้องไห้ไปโดยปริยาย นั่นทำให้ฉันได้รู้ว่าแม่มีพระคุณต่อฉันมากแค่ไหน...............

วันที่ 15 มีนาคม 2550

ตอนนี้ฉันเกิดมาได้ 1 ปี กับอีก 4 เดือน ฉันนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะป่วยเป็นโรคกวยไตอักเสบ อย่างรุนแรง ฉันจะรู้สึกหนาวสั่นตลอด แม่บอกว่าช่วงนั้นแม่ลางานมาเฝ้าฉันทุกวันจนเกือบโดนไล่ออก แม่ต้องร้องเพลงกล่อมฉันทุกคืน เพราะฉันจะนอนไม่ค่อยหลับ ฉันจำอะไรไม่ได้มาก จำได้แค่ว่าฉันทรมานมาก พยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้แม่ไม่เป็นกังวล และก็มีหมอคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรักษาฉัน เข้ามาถามว่ากลัวหรือเปล่า? ความจริงฉันกลัวมาก แต่ฉันไม่อยากให้แม่เป็นห่วงเลยตอบกลับไปว่า "หนูไม่กลัว!" และด้วยความที่ฉันยังพูดได้ไม่เยอะ เลยตอบกลับไปเช่นนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันได้รู้ว่าแม่เป็นห่วงมากแค่ไหน.............

วันที่ 16 พฤษภาคม 2552

วันนี้เป็นวันที่ฉันเข้าอนุบาล 1 วันแรก แม่ฉันบอกว่าให้ฉันทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องตื่นเต้น แม่ชอบเรียกฉันว่า"เจ้าตัวแสบ" ทำให้ฉันติดไปเผลอเรียกเพื่อนอย่างนั้น แม่บอกว่าฉันตลกมากในตอนนั้น แม่พยายามจะทำปากจุ๊จุ๊ บอกฉันให้เงียบๆก่อน แต่กลับกลายเป็นว่าฉันยิ่งพูดมากขึ้นเป็นเท่าตัว วันนั้นฉันเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้เลย เวลาคุณครูบอกให้จับกลุ่มเล่นเกมฉันก็มักจะไม่มีกลุ่มอยู่เสมอ วันนั้นฉันเสียใจมาก ฉันกลับบ้านไปบอกแม่ว่า อยากย้ายโรงเรียน ไม่อยากไปเรียนแล้ว แม่บอกกับฉันว่า"ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่หนี ถ้าลูกเอาแต่หนีปัญหาก็จะไม่มีวันสิ้นสุด" หลังจากวันนั้นฉันก็พยายามเปิดใจทำความรู้จักกับเพื่อนๆมากขึ้น จนมีเพื่อนมากมาย...... เหตุการณ์ครั้งนี้บอกกับฉันให้รู้ว่าแม่เป็นครูคนแรกที่สอนฉันในเรื่องต่างๆ...............

วันที่ 22 กรกฎาคม 2554

ตอนนี้ฉันขึ้นอนุบาล 2 แล้ว วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันกับแม่อยู่บ้านตามปกติ ไม่ได้ไปไหน แม่ซื้อจานใบใหม่มาเป็นจานสีม่วงลายดอกไม้สวยงาม ด้วยความที่ฉันยังเด็กอยู่ เลยหยิบจานใบนั้นลงมาดู แต่ทว่ามันอยู่ชั้นบนสุดของชั้นวางเครื่องครัว เลยทำให้ฉันหยิบไม่ถึง เลยนำเก้าอี้มาวางแล้วเหยียบขึ้นไป ในขณะที่ฉันหยิบจานได้แล้วนั้น ขาเก้าอี้ก็หักเพราะความเก่าและถูกใช้งานมานานมากแล้ว จานเลยร่วงออกจากมือของฉันและกระทบลงกับพื้นเสียงดัง จานใบนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆไม่มีชิ้นดี แม่รีบวิ่งมาดูเด้วยความตกใจ ฉันคิดว่าคงโดนดุเป็นแน่ แต่ไม่เลย.....แม่รีบวิ่งมาดูฉันว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ฉันถามแม่ว่า แม่ไม่โกรธฉันเหรอ? แม่บอกว่าจานน่ะแตกแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ลูกน่ะ เป็นอะไรไปแล้วมันซื้อใหม่ หรือแก้ไขอะไรไม่ได้.............. เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันได้รู้ว่าความรักของแม่ คือ การให้อภัย.......

สำหรับฉัน.........แม่เป็นเหมือนแสงสว่างที่ช่วยให้ฉันสามารถมีชีวิตต่อไป.... ขอบคุณที่ให้ชีวิตที่มีคุณค่ากับหนูนะคะ....หนูรักแม่ค่ะ