Search stories, friends or teachers

People followed me

Notifications

My Work

My Drafts

[สัมภาษณ์] "ผจญภัยในแดนเงือก" นวนิยายสุดฮิตจาก "แพรกานต์ นิรันดร" นามปากกา Pieretta Dawn

สวัสดีครับคุณปอเปี๊ยะ อยากให้คุณปอเปี๊ยะได้แนะนำตัวกับน้องๆ ใน
 DifferSheet อย่างเป็นทางการอีกครั้ง และอยากให้ช่วยเล่าหน่อยครับว่าในตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
สวัสดีค่ะ ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร นักเขียนเจ้าของนามปากกา Pieretta Dawn ค่ะ ตอนนี้เปี๊ยะทำงานอยู่ที่ฮอลลีวูด ที่ LA แคลิฟอร์เนีย โดยเราจะทำงานในเอเจนซี่ที่มีลูกค้าหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ นักเขียน และนักแสดง ซึ่งเปี๊ยะจะทำในส่วนของ Interact visual publicity เพื่อที่จะเอาหนังสือไปสร้างเป็นหนัง ซึ่งมีโอกาสได้ทำงานกับนักเขียนหรือนักเขียนบทหนังเยอะมากเลยค่ะ 
แล้วในตอนนี้คุณเปี๊ยะมีผลงานหนังสือทั้งหมดกี่เรื่องแล้วครับ
ในปัจจุบันเปี๊ยะมีผลงานเขียนแบ่งเป็นนวนิยายชุด จักรภพพันธุ์มหัศจรรย์ (The Interspecies Trilogy) ซึ่งจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 เรื่อง 
1.ผจญภัยในแดนเงือก(The Mermaid Apprentices)
2.ขุมสมบัติพรายทะเล(The Nymph Treasury)
3.ไขปริศนาเมืองเอลฟ์(The Elven Ambassador)
และนวนิยายเรื่องสั้นทั้งหมด 2 เรื่องค่ะ
1.ศึกแม่มดขาว(Lani and The White Witch)
2.ฟ้า (Short story finalist for the ASEAN Young Writers Award by the S.E.A. Write Award committee) กราฟิกโนเวล (นวนิยายฉบับการ์ตูน)
แล้วหนังสือที่เพิ่งปล่อยล่าสุดเป็นยังไงบ้างครับ
feedback ดีมากค่ะ เปี๊ยะอ่านความคิดเห็นแล้วอยากจะร้องไห้เลย มีแฟนๆบอกว่า รอมานานมากติดตามมานานไม่คิดว่าจะได้อ่าน คือพวกเขาคิดว่าเปี๊ยะไม่ได้เขียนแล้ว ซึ่งจริงๆเปี๊ยะเขียนช้าค่ะ ฮ่าๆ  ดีใจที่หลายรู้สึกคนอินไปกับมันได้ มีหลายคนที่อ่านเรื่องนี้แล้วร้องไห้ ซึ่งมันเป็นหนังสือที่เปี๊ยะภาคภูมิใจมาก
มีกลุ่มเด็กๆ ที่ติดตามอ่านหนังสือของคุณเปี๊ยะเยอะมั้ยครับ แล้วส่วนมากจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่
ถ้าเป็นนวนิยายจะประมาณ 10 ขวบขึ้นไป หลังๆก็เริ่มมีเด็กอายุประมาณ 6-7 ขวบอยากอ่านบ้างแต่อ่านไม่ได้ เราก็เลยทำฉบับการ์ตูนออกมาเป็นหนังสือภาพ เรื่องราวจะเหมือนกับนวนิยายเลยค่ะแต่จะเน้นที่รูปภาพ และปรับตัวหนังสือให้น้อยลงซึ่งก็ช่วยให้น้องๆ สามารถอ่านผลงานของเราได้ง่ายขึ้น เลยทำให้มีแฟนคลับเป็นเด็กๆ เยอะค่ะ ไปจนถึงเด็กที่เริ่มโตด้วย
แล้วอย่างนี้หนังสือของคุณเปี๊ยะมีโอกาสถูกนำไปสร้างเป็นหนังมั้ยครับ
อาจจะมีโอกาสค่ะเพราะตอนนี้คนใน Netflix อยากจะได้หนังสือไปทำหนังกันมาก ก็ต้องดูค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสเราจะเป็นคนที่มาดูแลลิขสิทธิ์ของเรื่อง และทำงานกับนักเขียนบทค่ะ คิดว่าน่าจะออกมาในรูปแบบซีรีย์มากกว่า
ขอถามคำถามย้อนกลับไปในวัยเด็กของคุณเปี๊ยะบ้างดีกว่า คือตอนนี้เราเห็นภาพที่คุณเปี้ยะประสบความสำเร็จในงานที่ตัวเองรัก แต่ผมอยากรู้ว่าในช่วงวัยเรียน วัยประถม คุณเปี๊ยะคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน
(หัวเราะ) เป็นเด็กเรียน แต่ก็ไม่ได้เรียนหนักที่สุด เป็นคนช่างสงสัยมากซึ่งจะมีคำถามในหัวอยู่ตลอดเวลา และค่อนข้างเป็นเด็กลุยๆนิดหนึ่ง ชอบเล่นวิ่งไล่จับ มีแผลเต็มตัวอะไรประมาณนี้ค่ะ แล้วก็จะมีเพื่อนผู้ชายเยอะ ซึ่งเราก็ ออกจะทอมบอยหน่อยๆ 
ส่วนการเรียนก็ไม่ได้เกรด A ทั้งหมดนะคะ แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็กที่ชอบการเรียนรู้ในทุกๆ อย่างและพยายามผลักดันตัวเอง ก็เลยทำให้เข้าใจ และเรียนดี โดยจะไม่ใช่เด็กที่เน้นท่องจำ เพราะเป็นคนที่ท่องจำไม่เก่ง แต่จะอาศัยคิดประเด็นถามคำถาม แล้ววิเคราะห์อะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ
ถ้าให้คะแนนเต็มสิบตัวเองในช่วงนั้น เราคิดว่าเราชอบในเรื่องการเขียนการอ่านเท่าไหน
ให้ 21 เลยค่ะ มากที่สุด คือชอบมาก ในตอนนั้นจำได้เลยว่าพยายามจะเขียนหนังสือเล่มหนึ่งในจบ ในขณะที่เรียนในห้องก็ใช้คอมพิวเตอร์ก็พิมพ์ตามที่ครูสอน พอพิมพ์เสร็จ เรียนเข้าใจแล้ว โอเค เราก็เขียนหนังสือต่อ
คุณเปี้ยะเริ่มเขียนหนังสือแบบจริงจังตั้งแต่ตอนอายุเท่าไรครับ
เริ่มวางโครงเรื่องตอนอายุ 13 เป็นไตรภาค พออายุ 14 เขียนเล่มแรก และตีพิมพ์ตอนอายุ 15 ค่ะ สิ่งที่เราวางแผนในตอนนั้นก็อาจจะมีเปลี่ยนแปลงบ้างแต่ว่าโครงเรื่องทั้งหมดก็เหมือนเดิมค่อนข้างมากค่ะ
แล้วทำไมเราถึงเชื่อมั่นตัวเองว่าเราจะทำตั้งแต่อายุ 13 เลย ไม่คิดว่าตัวเองเด็กไปเหรอหรือว่าจะผิดหวังหรือเปล่าครับ?
เปี๊ยะเป็นคนดื้อค่ะ แบบว่าจะทำอะไรต้องทำให้ได้ คือก็กลัวนะคะ กลัวว่าตัวเองจะเขียนไม่ได้ เขียนไม่สนุกแต่ว่าเราก็ต้องผลักดันตัวเอง ก็เหมือนคนที่กลัวความสูงก็ต้องผลักดันตัวเองให้ลองไปปีนต้นไม้ แต่ของหนูกลัวว่าจะทำไม่ได้ก็เลยต้องทำให้ตัวเองทำให้ได้ค่ะ
แล้วแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือมาจากอะไรครับ
มาจากความรู้สึกที่เวลาเราอ่านหนังสือเจ๋งๆ มันเหมือนจะมีเวทย์มนต์ในโลกนี้ หรือเราได้ผจญภัยเลยอยากให้ความรู้สึกนี้กับคนอื่นๆด้วย
แล้วหนังสือเล่มนั้นมันคือเรื่องอะไรครับ ^_^
ก็มี Harry Potter, Artemis Fowl ซึ่งจะเป็นนวนิยายแบบนี้ค่ะ ที่เป็นแฟนตาซี ก็มี The Bartimaeus Trilogy by Jonathan Stroud มันเป็นนวนิยายที่ลึกซึ้งมากแต่ก็ยังเป็นหนังสือเด็ก
ที่เรามีความคิดอยากจะทำอะไรแบบนี้เป็นเพราะคุณพ่อคุณแม่สนับสนุน หรือเป็นเพราะเราไปพบเจออะไรมา
ที่บ้านสนับสนุนมาตั้งแต่เด็กค่ะ แต่ไม่ได้บังคับอะไร แค่บอกว่าลูกอยากทำลูกก็ทำสิ แล้วตัวเปี๊ยะเองก็เป็นคนที่ผลักดันตัวเองมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว เป็นคนที่อยากมีความสำเร็จในชีวิต และงานที่เรารัก ในเมื่อ เรามีแค่ชีวิตเดียวนะ อยากทำอะไรก็ให้มันคุ้มค่าไปเลย
เรื่องที่ใครหลายๆคนสงสัย และอยากรู้ว่าคนที่ชอบเขียนเรื่องราว  หรือเป็นนักเขียนแบบคุณเปี๊ยะลายมือจะสวยมั๊ย
ลายมือหนูเหมือนหมอเลยค่ะจะอ่านไม่ออกลายมือให้คะแนนศูนย์ซึ่งห่วยมาก (หัวเราะ) คือหนูเป็นคนคิดเร็วพูดเร็วเขียนมันก็เลยไม่ทันก็เลยได้ลายมือแบบนั้น แต่ถ้าพิมพ์ก็จะพิมพ์เร็วมาก ซึ่งเรามองว่าการจะเขียนสวยหรือไม่สวย จะเขียนมือ หรือพิมพ์จุดที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องการที่ได้ฝึกใช้ความคิด และการได้สงสัยซึ่งมันก็จะช่วยให้เราค้นพบตัวเองได้ดีค่ะ
จากประวัติที่รู้มาคุณเปี๊ยะค่อนข้างว่าเป็นคนที่มีฐานะที่ดีอยู่ซึ่งอาจจะการถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเรามีโอกาสที่จะทำอะไรได้ง่ายกว่าคนอื่น พอได้ยินคำเหล่านี้แล้วเรามีความรู้สึกยังไง แล้วรับมือกับคำพูดพวกนี้ยังไงบ้าง
ก็รู้สึกแบบว่า เราก็เป็นเด็กไทยคนหนึ่งเขียนหนังสือ แต่ก็ยังมีคนหาว่าเราใช้โกสท์ไรท์เตอร์หรือเปล่า จ้างให้คนอื่นเขียนใช่ไหม หรือเพราะว่าบ้านรวย ซึ่งเปี๊ยะอาจจะโชคดีตรงที่มีฐานะ โชคดีที่ได้เรียนอินเตอร์ โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่สนับสนุน และโชคดีที่ได้มีโอกาสมองโลกที่กว้างใหญ่ เวลาเราได้ยินคำที่ว่าเรา เราก็เสียใจ แต่เราก็ปรับตัวทำให้ดีกว่าที่เขาว่า สมัยก่อนเราก็ท้อเหมือนกันค่ะ แต่สมัยนี้ตัวเรารู้ว่าเราเป็นใคร ไม่ได้เข้ามาเพื่อที่อยากจะได้เงินแต่อยากจะให้ความรู้สึกนี้กับคนอื่นค่ะ และก็อยากผลักดันเด็กไทยให้ฝันให้เชื่อมั่นในตัวเอง อยากให้คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนทำตามความฝันของลูก ไม่ใช่ว่าจะต้องเรียนอย่างเดียวหรือทำธุรกิจของพ่อแม่ต่อ เราควรเป็นตัวของเราเอง
การที่จะมีหนังสือของตัวเองขึ้นบนชั้นหนังสือของร้านหนังสือชั้นนำมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ เผื่อๆน้องที่อยากเป็นนักเขียน จะได้รู้แนวทางบ้าง
เริ่มแรกก็เริ่มจากการวางโครงเรื่องก่อน เสร็จแล้วก็เขียน พอเขียนเสร็จก็จะแก้ไขถึงจะส่งให้กับสำนักพิมพ์ และจะแก้ไขกับสำนักพิมพ์อีกที เสร็จแล้วก็แปลถึงจะได้ตีพิมพ์ค่ะ ซึ่งทางสำนักพิมพ์ไม่เคยมีเคสแบบเปี๊ยะ ทำให้เขาถามว่าเราได้เขียนเองจริงหรือเปล่า ตอนนั้นเราอายุ 15 เขาก็บอกถ้าอยากตีพิมพ์ก็ต้องตีพิมพ์เป็นภาษาไทยด้วยเพราะถ้าเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว กลุ่มของลูกค้ามันยังไม่ใหญ่พอ ทุกคนสามารถส่งเรื่องราวที่เขียนให้ทางสำนักพิมพ์ได้ มันต้องมีประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เป็นเด็กเขียนเท่านั้น
ในประเทศไทยยังไม่ได้มีวัฒนธรรมการเขียนการอ่านที่แข็งแรงมากนัก สำหรับคุณเปี๊ยะแล้ว คุณเปี๊ยะยังเชื่อว่าเราจะทำให้เด็กไทยหันมาสนใจการอ่าน การเขียนได้ใช่อยู่ใช่มั้ยครับ
เปี๊ยะเป็นแอมบลาสเดอร์ของการอ่านโครงการ Bangkok Read for Life มีโอกาสได้พูดกับเด็กๆ เพื่อกระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาหันมาสนใจการอ่านการเขียนอะไรแบบนี้ค่ะ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากตรงที่เด็กต่างจังหวัดหลายที่เขากระหิวกระหายกับการอ่านมากอยากซื้อหนังสือแต่ไม่มีเงิน ต้องยืมหนังสือเอา เราก็บริจาคไปไม่เอาเงิน แต่เด็กกรุงเทพมีสิ่งรอบข้างหลายอย่างที่น่าสนใจเยอะมีแอพ มีเกมใหม่ๆ การเขียนการอ่านเลยถูกมองข้ามไป แต่เปี๊ยะก็ไม่ได้คิดว่าเด็กไทยทุกคนเป็นแบบนี้เราสามารถที่จะพลิกมาได้ค่ะ สิ่งที่เปี๊ยะทำเปี๊ยะไม่ได้ไปต้องการจะโปรโมทหนังสือตัวเอง แต่เราไปโปรโมทความคิด ทุกครั้งที่ไปพูดคนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเจ๋งนะพอผ่านไปเขาก็ลืม แต่ก็ยังหวังว่าถ้ามีสักคนหนึ่งเขาหันมาแล้วเปลี่ยนชีวิตเขาได้ เปี๊ยะก็ถือว่าคุ้มแล้ว ขอแค่เท่านี้นี้ก็ดีใจแล้ว เปี๊ยะยังเชื่อในเด็กไทยและก็อยากให้เด็กไทยเชื่อในตัวเองค่ะ 
แล้วในมุมของคนที่เรียนในต่างประเทศตั้งแต่อายุ 18 กับการเรียนในไทยแตกต่างกันยังไงบ้างครับ
แตกต่างกันมากค่ะ ตรงที่เมืองนอกเขาไม่ค่อยได้เน้นเรื่องการท่องจำ แต่เขาจะเน้นวิเคราะห์กันมากกว่าค่ะ จะเป็นการคิด วิเคราะห์ แล้วเขียนออกมา ให้ถามคำถาม ให้ฟัง หรืออาจจะมีคำถามแปลกๆ ให้เราได้ลองคิด ซึ่งเปี๊ยะก็จะเรียนรู้ที่จะฟังหรือถามคำถาม ซึ่งบางคำถามเวลาอยู่เมืองไทยถามแล้วอาจจะโดนว่าว่าถามทำไม ในเมื่อสงสัยเด็กเขาก็อยากรู้แล้วก็จะถามแต่ถ้าผู้ใหญ่โกรธ ก็จะทำให้เด็กกลัวที่จะถาม
สำหรับคุณเปี๊ยะแล้วการเขียนไดอารี่มีความจำเป็นกับชีวิตคนเรามากน้อยแค่ไหน
ไดอารี่มันเป็นอะไรที่สำคัญมากเพราะว่ามันทำให้เราได้ถามคำถามกับตัวเองและค้นพบตัวเอง คุณแม่ของเปี๊ยะเขียนบันทึกตั้งแต่เราเล็ก แต่ตัวเปี๊ยะเองไม่ได้เขียนเป็นไดอารี่นะแต่จะพิมพ์โน้ตไว้เวลาคิดอะไรได้ก็จดไว้ไม่ให้ลืม แล้วมันก็ช่วยให้ตัวเองแสดงอารมณ์ได้ อย่างในต่างประเทศเขาก็มีการให้นักเรียนเขียน Essay กันอย่างจริงจัง
แล้วการทำงานที่ฮอลลีวูดกับการเป็นนักเขียนมันมีความยากง่ายต่างกันยังไงบ้างครับ
ที่แตกต่างก็คือ ฮอลลีวูดนี่ต้องทำงานกับคนตลอดแต่การเป็นนักเขียนนี่ต้องอยู่กับตัวเอง ฮอลลีวูดต้องรู้จักทุกคนอ่านทุกอย่าง เราก็เป็นคนชอบอ่านอยู่แล้วงานเราก็เกี่ยวกับการอ่าน ได้เจอนักเขียนคนอื่น ได้เจอนักเขียนที่ชอบที่เป็นไอดอลของเรา เราก็รู้สึกว่ามันเจ๋งมาก บางคนพอเขารู้ว่าเราเป็นนักเขียนด้วยมันก็เหมือนมีคอนเน็กชั่นมากขึ้น คุยกันถูกคอพูดได้เลยว่ารู้ว่านักเขียนคิดยังไงนักเขียนกังวลยังไง
ในมุมมองของคุณเปี๊ยะ จำเป็นมั้ยที่การเขียนจะต้องเขียนมือเท่านั้น ถ้าเราใช้วิธีการพิมพ์มันจะแตกต่างกันมั้ย?
เหมือนกันค่ะ เพราะจุดมุ่งหมายของการเขียนคือกระบวนการที่เราได้คิด ได้ทบทวนความรู้สึก ได้ค้นพบตัวเอง เช่นเดียวกับการอ่าน จะอ่านนวนิยาย อ่านหนังสือเรียน จะอ่านหนังสือที่เป็นกระดาษ หรืออ่านบนไอแพต คุณจะอ่านอะไรก็ได้ แต่แค่ขอให้อ่าน และมีนิสัยที่ชอบการอ่าน
คุณเปี๊ยะมีคำแนะนำให้น้องๆ นักเขียนบันทึกใน DifferSheet มั้ยครับว่าตอนเขียนเราควรจะคิดยังไง หรือใช้เทคนิคแบบไหนถึงจะสามารถเล่าเรื่อง หรือเขียนอะไรบางอย่างได้ดีกว่าเดิม และทำให้เรื่องนั้นมันสนุก
ถ้าเราสนุกกับมันคนอื่นก็จะสนุกไปด้วยค่ะ มันจะมีความรู้สึกที่สื่อออกมาผ่านการเขียนเรื่องราวซึ่งคนอ่านเขาสามารถสัมผัสได้
ในเรื่องของงานเขียนคุณเปี๊ยะก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และเรายังมีเป้าหมายอะไรต่อไปอีกครับ
นอกจากเขียนหนังสือแล้ว ก็อยากโปรดิวส์หนังในฮอลลีวูด เขียนบทหนัง ตอนนี้ไอเดียเยอะมากแต่ยังอยากได้ประสบการณ์อยู่ ยังอยากทำงานรู้จักคนว่าเป็นยังไง วันหนึ่งก็อยากเขียนอยากโปรดิวส์ด้วยค่ะ
วันนี้ได้แนวคิดดีๆ จากคุณเปี๊ยะมากมายเลย คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ และทุกคนที่ได้แวะเข้ามาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ ต้องขอบคุณคุณเปี๊ยะมากเลยครับ
เปี๊ยะก็ต้องขอบคุณพี่ๆมากเช่นกันค่ะ ที่ตั้งใจทำโครงการดีๆ แบบนี้เพื่อเด็กไทย
วันนี้ครูฟรีได้มีโอกาสสัมภาษณ์ และพูดคุยกับนักเขียนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมความสามารถที่เต็มเปี่ยม ซึ่งเธอได้เริ่มเขียนหนังสือนวนิยายภาษาอังกฤษมาตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี และในปัจจุบันผลงานของเธอได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คุณปอเปี๊ยะ  แพรกานต์ นิรันดร
รับรองว่าถ้าอ่านบทสัมภาษณ์นี้จบแล้วจะต้องได้ข้อคิดดีๆ มากมายอย่างแน่นอนครับ
อาจจะไม่ได้เก่งเขียนก็ได้ อาจจะเก่งในด้านอื่น ขอให้เก่ง รู้ว่าตัวเองชอบอะไรแล้วไปด้านนั้นเลย เปี๊ยะอยากจะให้คุณพ่อคุณแม่ของเด็กสนับสนุนความคิดของเด็กที่สร้างสรรค์ค่ะ
สำหรับน้องๆคนไหนที่อ่านจบแล้วช่วย แสดงความคิดเห็นกันหน่อยนะครับ ว่ารู้สึกยังไงกับเรื่องราวที่ครูฟรีเพิ่งนำเสนอไปนี้

และไว้เจอกันเรื่องราวต่อๆไปบน DifferSheet ครับ
พี่เปี๊ยะเขียนสนุกมากเลย บูตะขอเป็นแฟนคลับด้วยนะครับ
293
People who likes this
57
Press enter to post, Shift+Enter for new line
  • เจณิส โอสถ ชอบค่ะ พี่ปอเปี๋ยะเป็นนักเขียนที่น่าติดตามผลงานมากเลยนะค่ะ เเละ ชอบที่พวกพี่ๆเนี่ย สนับสนุนให้เด็กไทยรักการเขียน การอ่าน มากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ.
    Jan 15
    See likes
    1 Reply
  • 57 Comments
  • นภัสวรรณ ทับทิมทอง สุดยอดเลยค่ะครูฟรี!!! ตกแต่งน่ารักมากค่ะ ^^
    Jan 7
    See likes
    2 Replies
  • พีรดา ผลชู หนูอ่านเรื่องนี้ค่ะ!!!ไขปริศนาเมืองเอลฟ์ออกแล้วหรอคะ รอมาสองปีแล้ว
    Jan 7
    See likes
    2 Replies
  • อัญชลี พิมเสนา สนุกมากเลยค่ะที่อ่านเรื่องครูฟรีค่ะ
    Jan 15
    See likes
    1 Reply
  • เจณิส โอสถ ชอบค่ะ พี่ปอเปี๋ยะเป็นนักเขียนที่น่าติดตามผลงานมากเลยนะค่ะ เเละ ชอบที่พวกพี่ๆเนี่ย สนับสนุนให้เด็กไทยรักการเขียน การอ่าน มากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ.
    Jan 15
    See likes
    1 Reply
  • ชญาภรณ์ เพ็ชร์กิจ ยาวมากเลยค่ะตาลายแล้ว@0@
    Jan 15
    See likes
  • ชญาภรณ์ เพ็ชร์กิจ หนูซื้อมาอ่านหนึ่งเล่มค่ะ ชอบมากเลยค่ะเนื้อหาสนุกมากๆ จะหาเรื่องขุมสมบัติพรายทะเลแต่ก็หาไม่เจอค่ะT^T
    Jan 15
    See likes
    2 Replies
  • ชนากานต์ ชูประทีป ครูฟรีค่ะ ทำไมกดหัวใจให้หนูหรอค่ะ
    Jan 16
    See likes
    2 Replies
  • วีรดา สนสายยันต์ เขียนเก่งจังเลยค่ะ
    Jan 17
    See likes
    1 Reply
  • ปาณิศา ธรรมทีปกุล ชอบมากๆเลยค่ะ หนูชอบอ่านนิยายค่ะ แต่ไม่ใช่เล่มที่พี่ปอเปี๊ะแต่ง หนูอยากลองเขียนนิยายบ้างจังเลยค่ะ
    Jan 17
    See likes
    1 Reply
  • ปริญญา พัฒนาธนสมบูรณ์ ดูของผมหน่อยได้ไหมครับ
    Jan 18
    See likes
    1 Reply
  • ปรวีร์ เจริญกิจประเสริฐ สวยจังเลย
    Jan 22
    See likes
  • ปรวีร์ เจริญกิจประเสริฐ พี่น่ารักมกครับ
    Jan 22
    See likes
  • ธนพรกนก จงกลพืช สุดยอดเลยคะครู!!!! เยี่ยมมากเลยๆ
    Jan 29
    See likes
  • กฤษดา ม่วงปาน ยาวเกินครูฟรี แต่ก็สุดครับ
    Jan 30
    See likes
  • ชญาภรณ์ เพ็ชร์กิจ ครูฟรีคะใครเป็นคนจัดอันดับสุดยอดนักเขียนคะ และสุดยอดนักเขียนของโรงเรียนบางคนหนูเห็นเขียนแค่ไม่กี่เรื่องเองค่ะอยากถามว่าใช้เกณฑ์อะไรในการจัดคะ
    Feb 4
    See likes
    3 Replies
  • ภาคภูมิ ทองเจริญ โหยาวมาก
    Mar 1
    See likes
    1 Reply
  • ธณรัตน์ เติมจิตรอารีย์ หนูชอบมากคะเขียนเยอะมากเลยคะควรเป็นนักเขียนระดับประเทษคคะ
    Mar 6
    See likes
    1 Reply
  • พรพิมล เลี้ยงไพศาล ชอบมากค่ะครูฟรี
    Mar 6
    1 Reply
  • ลักขิกา มาลัยหวล ครูฟรีแต่งเยอะมากคะแล้วอยากให้ทำอีกเยอะๆนะคะเมืองเอลฟ์ที่รอมาสองปีแล้วหนูได้อ่านสักทีหนูไม่เคยเขียนเยอะขนาดนี้เลยนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะครูฟรีน่าจะเป็นครูที่ได้ลำดับการเขียนนะคะ
    Mar 29
    See likes
    2 Replies
  • อชิรญา เรืองเมธานพรัตน์ หาซื้อหนังสือขอพี่ปอเปี๊ยะได้ที่ไหนอ่ะ คะหนูเคยอ่านของพี่เขาแต่อ่านของที่โรงเรียน เวลาหนูไปดูร้านหนังสือก็หาไม่เจออ่ะค่ะ มีที่ไหนลงบ้างคะ แล้วพี่เค้าจะเขียนเรื่องต่อๆไปอีกไหมคะ หนูอยากอ่านต่อแล้วหาไม่... see moreเจอค่ะ ของห้องสมุดที่โรงเรียนก็ไม่มีแล้วค่า
    Apr 24
    2 Replies
  • View more comments 20 of 57
28
You have to keep it in the box
[สัมภาษณ์] "ผจญภัยในแดนเงือก" นวนิยายสุดฮิตจาก "แพรกานต์ นิรันดร" นามปากกา Pieretta Dawn
Brings it forward or not?
You want to publish diary or save draft?
Do you want to remove this diary?