Search stories, friends or teachers

People followed me

Notifications

My Works

My Drafts

ยิ่งพยายามก็ยิ่งเจ็บปวด

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คุณครูและพ่อแม่ต้องคอยเตือนฉันอยู่เสมอๆ  ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากจะแก้ใขมันหรอกนะแต่พอพยายามจะแก้ไขมันที่ไรก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น
   เรื่องนี้ที่ว่ามานี้ก็คือความคิดมากของฉันเองเพื่อนอาจจะฟังแล้ววิจาร์ยกันใหญ่ว่าปุญเนี่ยนะคิดมากออกจะดูดี  ร่าเริงไม่น่าเป็นแบบนั้น  ก็แหงหล่ะฉันก็พยายามทำ      ภาพลักณ์ให้ดูน่าคบหาเพราะฉันกลัว  กลัวว่าจะไม่มีเพื่อนหากฉันเปิดเผยมันออกมา  แต่เพื่อนหลายๆคนทำให้ฉันรู้ว่าถึงฉันจะเป็นแบบนั้นพวกเธอก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างฉันเสมอไม่แปรเปลี่ยน  ขอบคุณมากๆนะทุกๆคน  
    เรื่องนี้ยังทำให้ครอบครัวของฉันปวดหัวอีกด้วยเพราะอยู่ๆฉันก็ร้องไห้  แบบว่าร้องไห้ได้ตลอด  พ่อพยายามหาวิธีให้ฉันหยุดคิดหยุดพวง  แม่พยายามเกลี้ยกล่อมให้คิดเรื่องอื่นๆที่คิดแล้วมีความสุข  เหล่าโกวพยายามปลอบใจให้หายเศร้า  ทุกๆคนพยายามคอยบ่น  คอยที่จะตักเตือนฉันเสมอๆให้หยุดคิดแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเวลาที่พยายามจะหยุดมันกลับยิ่งทำให้คิดหนักไปอีก
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันคิดมากจนเกือบจะต้องไปหาหมอจิตตแพทย์แต่สุดท้ายได้เพื่อนคนหนึ่งช่วยเยียวยาให้ดีขึ้นมากจนเกือบจะหาย  เพื่อนคนนี้อยากโตไปเป็นจิตตแพทย์ฉันเชื่อว่าเธอจะต้องโตไปเป็นจิตตแพทย์ที่เก่งมากๆได้แน่นอน
เรื่องเกิดขึ้นในตอนเย็นวันหนึ่งฉันรู้สึกปวดหัวมาก  เพื่อนคนนี้จึงชวนฉันไปที่สวนป่า  ในวันนั้นไม่มีใครอยู่ที่สวนป่าเลย  พอไปถึงแล้วเพื่อนคนนั้นให้ฉันเล่าและระบายออกมาให้เต็มที่เธอจะพยายามหาทางช่วยให้ได้มากที่สุด  เธอบอกฉันว่าเธอแปลกใจในตัวฉันมาก  เธอคิดว่าฉันออกจะเป็นคนที่น่าจะมีความสุขที่สุดเพราะทั้งมีครอบครัวที่ดีคอยสนับสนุน  เรียนเก่ง  และยังมีเพื่อนดีๆแบบเธออีก(มีการอวดด้วย)แต่ทำไมกันกลับกลายเป็นคนที่ทุกข์นะ  ฉันบอกเธอว่าถึงคนเราจะมีทุกๆอย่างสมปราถนาก็ไม่อาจมีความสุขได้หรอกหากไม่สามารถปล่อยวางได้  ซึ่งฉันก็เป็นอีกคนที่ปล่อยวางไม่ได้  เธอพยายามบอกฉันพยายามช่วยฉันจนฉันรู้สึกดีขึ้นมากแต่น่าเสียดายสุดท้ายก็เป็นเหมือนเดิม
ที่โรงเรียนยังมีเพื่อนๆอีกมากมายที่คอยช่วยเหลือฉันและพยายามทำให้รู้สึกดีขึ้นนี่คือเหตุผลที่ฉันรักการมาโรงเรียนมากๆ
  เรื่องที่ฉันมักจะคิดเป็นส่วนใหญ่คือเรื่องเพื่อน  ไม่รู้ว่าทำไมแต่ฉันกลัวมากมากว่าจะไม่มีเพื่อน  ฉันให้ความสำคัญกับเพื่อนทุกๆคนมากเพราะเพื่อนๆของฉันดีมากดีเกินไปจนฉันกลัวและไม่อยากเสียใครไป  ในบางทีฉันก็งงว่าทำไมเขาถึงมาเป็นเพื่อนกับเราทั้งๆที่เราไม่เคยทำอะไรดีๆเพื่อเขาเลย
   ยังมีอีกเหตุการ์ณหนึ่งที่ฉันจะยกตัวอย่างการคิดมากของฉันคือเหตุการ์ณเรื่องเพื่อนเช่นกัน  เหตุการ์ณนี้เกิดขึ้นเพราะความสะเพร่าของฉันเองที่ไว้ใจใครบางคนจนคนๆนั้นหักหลังกัน  เรื่องนี้ฉันคิดทั้งวันทั้งคืนจนนอนไม่หลับเพราะฉันไม่คิดมาก่อนว่าเธอเป็นคนแบบนั้นและต้องการทำลายมิตรภาพ(จนถึงตอนนี้ยังคิดอยู่เลย)
ทั้งๆที่รู้ว่าคิดไปเราเองก็จะยิ่งเจ็บปวด  ทรมาน  และทุกข์แต่กลับไม่สามารถหยุดคิดได้เลยยิ่งพยายามหยุดก็ยิ่งทรมานมากขึ้นไปอีก
เฮ้อ...
อาจฟังดูแปลกแต่วิธีแก้ของฉันคือการฟังเพลงเพราะๆฟังแล้วสบายใจและผ่อนคลายไม่คิดมาก
เพลงนี้ฟังแล้วสบายใจผ่อนคลายดี
เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่ไพเราะน่าฟัง
อันนี้ก็เป็นเพลงที่ฟังแล้วสนุกสนานมีความสุข
เพลงนี้ประทับใจมากๆเลยหล่ะ
ยังมีอีกวิธีก็คือการอ่านหนังสือ  การอ่านหนังสือจะทำให้เราจินตนาการไม่คิดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น  ฉันมักจะอ่านหนังสือแนวสืบสวนหรือแฟนตาซี
วิธีสุดท้ายเพื่อนๆอาจจะฟังแล้วงงเพราะวิธีนี้คือการทำการบ้าน  หลายๆคนคิดว่าการทำการบ้านทำให้ปวดหัวแต่สำหรับฉันมันตรงกันข้ามการทำการบ้านคือการทำให้หายปวดหัวและทำให้รู้สึกสมองปลอดโปล่งมากๆเลยโดยเฉพาะการบ้านเลข
ทีนี้ก็ได้เวลามาพยายามกันแล้ว  ขอโทษทุกๆคนมากๆนะที่ต้องทำให้ปวดหัวกันบ่อยๆไม่ว่าจะเป็นครูเพื่อน  พ่อแม่หรือใครก็ตามและขอบคุรที่คอยหาทางพยายามช่วยเหลือกันเสมอๆมานะ  ฉันจะพยายามไม่คิดมากอีกแต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็ช่วยกันหน่อยน้าขอบคุณทุกๆคนมากๆน้า
ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่คุณครูต้องปวดหัวกับฉันเสมอคือการคุมเพื่อนๆในหน่วยบริการไม่ได้  หน่วยของฉันไม่ได้แย่เลยนะแค่เพื่อนๆในหน่วยค่อนข้างจะหลงใหลในการเล่นเอามากๆเลยมักหนีไปเล่นเสมอแต่เอาเข้าจริงก็ช่วยงานตลอดนะ
ครูเตือนฉันบ่อยครั้งว่าอย่าปล่อยให้เพื่อนๆไปเล่นแบบนั้นแต่พอฉันไปเตือนเพื่อนๆก็วิ่งหนีไปแบบไม่สนใจใยดีกันเลย  เฮ้อน่าปวดหัว  และฉันก็ไม่อยากไปสั่งอะไรใครมากเพราะกลัวว่าพวกเขาจะรำคาญและไม่ชอบฉัน
ไม่ใช่แค่หน่วยบริการเท่านั้นแม้แต่เพื่อนในกลุ่มที่ร่วมงานด้วยฉันยังคุมไม่ได้เลยเค้าหนีไปเล่นตลอด  บางทีก็หนีไปตากแอร์ที่ห้องไอที  แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันทนไม่ได้เผลอตีเขาเข้าไปเต็มแรง  ฉันเลยขอโทษแล้วขอโทษอีกเป็นสิบๆครั้งแต่รู้ไหมเขาบอกว่าอะไร  เขาบอกว่า"โหปุญตีอะไรเนี่ยไม่เห็นจะเจ็บเลยออกแรงหรือยังเนี่ย  คนอื่นตีเจ็บระบมกว่าตั้งเยอะไปเรียนกับพวกผู้หญิงโหดๆก่อนไป"คำตอบนี้ทำให้ฉันอึ้ง  นี่ฉันออกแรงสุดๆแล้วยังไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ?
ฉันคุมเพื่อนๆไม่ได้เลยต้องขอความช่วยเหลือจากคุณครูเสมอ  ทั้งๆที่ฉันรู้ว่ามันเป็นการรบกวนแต่มันก็ไม่มีทางอื่น  ครูท่านหนึ่งเคยให้คำแนะนำว่าถ้าเพื่อนดื้อก็อย่าไปคุยกับเค้า  แต่สุดท้ายฉันก็ทำไม่ได้
เรื่องนี้ฉันมีแนวทางการแก้ไขคือเพิ่มความกล้าหาญให้กับตนเอง  ต้องเด็ดขาดไม่ขี้กลัวไปซะทุกเรื่อง  ฉันต้องแสดงให้เพื่อนๆเห็นว่ายอมไม่ได้แล้วที่จะทำตัวแบบนี้  เพื่อนๆน่าจะเข้าใจและไม่หนีไปไหนอีก
     อีกหนึ่งเรื่องที่ครูเตือนฉันบ่อยมากคือความรอบคอบอ่านโจทย์ให้เข้าใจก่อนทำเพราะฉันเป็นคนที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยอ่านโจทย์เลยทำให้เข้าใจโจทย์ผิดหรือบางทีก็เข้าใจโจทย์แต่ตอบผิดประเด็น(หมายถึงตอบในสิ่งที่โจทย์ไม่ได้ถามแต่ไม่ตอบสิ่งที่โจทย์ถาม)เรื่องนี้มักเกิดขึ้นกับใบงานเลขหรือแม้แต่ข้อสอบปลายภาคก็เคยเกิดมาแล้ว  งั้นฉันจะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งให้ฟังก็แล้วกัน
   ในตอนนั้นครูให้พวกเราทำใบงานเลขฉันต้องแก้แทบทุกอันเพราะบางอันไม่เข้าใจโจทย์  บางอันคิดว่าโจทย์เหมือนข้อที่ผ่านมาเลยไม่ได้อ่าน  บางอันไม่สิหลายอันลืมเติมเลขนู้นเลขนี้แล้วพอฉันเอามาแก้ก็แก้ไม่หมดเลยต้องเอาไปส่งหลายรอบมากกว่าจะผ่าน  อ๋อถ้าพูดถึงส่งงานหลายรอบมากกว่าจะผ่านก็มีอยู่อีกเหตุการ์ณหนึ่งที่ส่งเป็นสิบๆรอบก็ยังไม่ผ่าน  เหตุการ์ณนี้เกิดขึ้นเมื่อครูให้หาผลคูณร่วมน้อยโดยใช่วิธแยกองประกอบหรือบางคนเรียกว่าวิธีต้นไม้ซึ่งจะทำให้มีตัวเลขเยอะมากที่เราจะต้องนำมาคูณกันซึ่งด้วยความที่ไม่รอบคอบฉันจึงเอาตัวเลขมาคูณกันไม่หมด  รอบแรกครูบอกว่าฉันเอามาคูณไม่หมดฉันก็กลับไปคูณมาอีกหนึ่งตัว  รอบสองก็ยังไม่ผ่านเพราะเอามาคูณไม่ครบวนแบบนี้ไปหลายรอบจนสุดท้ายก็ผ่านจนได้  ตอนนั้นเหนื่อยสุดๆแถวก็ยาวเหยียดเลยใช้เวลาเยอะมาก
    เรื่องนี้ฉันมีแนวทางแก้ปัญหาโดยการตรวจงานให้รอบคอบก่อนส่งครูไม่ใช่ทำเสร็จแล้วส่งเลยเพราะอาจมีจุดที่ผิดพลาดได้  และหากตอนสอบปลายภาคก็เอาวิธีนี้ไปใช้หล่ะก็จะลดความเสี่ยงในการสอบตกได้เยอะเลยหล่ะ
ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้เพราะเรื่องนี้ถูกเตือนบ่อยสุดๆไปเลยหล่ะ
   เรื่องที่ว่านี้จริงๆดูแล้วไม่ร้ายแรงอะไรแต่เอาเข้าจริงก็ทำให้ครอบครัวของฉันปวดหัวทุกที  เรื่องก็คือฉันเป็นคนชอบทำหน้าบึ้งเวลาใครถ่ายภาพฉันก็เลยออกมาเหมือนเด็กที่มีปัญหาในครอบครัวเหมือนโดนทำร้ายรังแกทั้งที่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย  มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พ่อโกรธฉันแบบสุดๆ  ตอนนั้นฉันไปเข้าค่ายดนตรีซึ่งทุกๆครั้งพอจบค่ายแล้วครูก็จะให้เด็กๆเล่นดนตรีโชว์ผู้ปกครองอยู่เสมอๆ  ครั้งนั้นพ่อฉันก็มาดูและพยายามจะถ่ายรูปฉันแต่ฉันหลบกล้องตลอด  และพอถ่ายได้ภาพก็ออกมาแย่เพราะฉันไม่ยิ้มและทำหน้าบึ้ง
    ปัญหานี้ฉันคงต้องแก้ไขโดยพยายามยิ้มให้มากๆเข้าไว้  ฝึกยิ้มบ่อยๆจะได้ชิน  ฉันยอมรับว่าอาจทำไม่ได้เพราะฉันไม่ชอบการยิ้มแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จะพยายาม  เวลาฉันยิ้มทีไรต้องเกร็งตลอดแต่บางทีมันก็แปลกนะที่ฉันสามารถยิ้มออกมาแบบเป็นธรรมชาติได้โดยไม่ต้องให้ใครบังคับเมื่อฉันมีความสุข
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เพราะโดนเตือนบ่อยสุดๆคือเรื่องลายมือเวลาเขียนจดบันทึกเพราะฉันเป็นคนที่เขียนตัวหนังสือไม่ค่อยมีหัว  เวลาทำชิ้นงานทีไรก็เลยต้องเอากลับไปแก้ไขให้เติมหัว     พยันชณะอยู่เสมอเสมอ
เมื่อรู้ว่ามีข้อผผิดพลาดก็ควรจะแก้ไขฉันจึงฝึกคัดไทยแต่งหนังสือบ่อยๆจนตอนนี้ลายมือดีขึ้นมากจนประกวดคัดไทยได้ที่หนึ่ง  ตอนนั้นค่อนข้างตั้งความหวังไว้มากเพราะฝึกฝนคัดตัวอักษรที่บ้านอย่างหนักพอรู้ว่าตัวเองได้จึงภูมิใจไม่น้อยเลย  แต่หากไม่ได้เขียนหนังสือบ่อยๆลายมืออาจกลับไปอ่านไม่ออกอย่างเก่าเลยต้องพยายามฝึกเขียนหนังสืออย่างสม่ำเสมอมา
9
People who like your story
5
Press enter to post, Shift+Enter for new line
0
This story was one of the best and beautifully decorated which deserved a Crown.

Comment

เกศรัตน์ มาศรี
You have to keep it in the box
ยิ่งพยายามก็ยิ่งเจ็บปวด
Brings it forward or not?
You want to publish diary or save draft?
Do you want to remove this diary?