Search stories, friends or teachers

People followed me

Notifications

My Works

My Drafts

เรื่องที่พ่อแม่ และครูต้องบ่นอันนาซ้ำๆอยู่ทุกวัน

     


      ทุกๆคนต้องเคยถูกพ่อแม่และครูบ่นซ้ำๆอยู่แล้ว เพราะบางทีคนเราก็ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ดี ถ้าถามว่าฉันเคยโดนพ่อแม่และคุณครูบ่นหรือไม่ ต้องบอกว่าเคยและบ่อยด้วย แต่ส่วนใหญ่โดนแม่บ่นมากกว่าเพราะอยู่กับแม่บ่อยที่สุด ส่วนพ่อ ฉันจะไม่ค่อยโดนบ่นเพราะพ่อเป็นผู้ชาย ไม่ค่อยมาจุกจิกเรื่องคนอื่นเท่าไหร่หรอก สุดท้ายคือครู โหครูนี่นะ ฉันนึกไม่ออกเลยว่าครูเคยบ่นเรื่องอะไร อันนี้ไม่ได้อวดว่าตัวเองเพอร์เฟคนะ คือมันไม่มีจริงๆ แต่ฉันจะพยายามคิดทบทวนดูนะ
ฉันขอเปิดฉากด้วย"เรื่องที่แม่บ่นอันนาซ้ำๆอยู่ทุกๆวัน"ซึ่งมีหลายเรื่องเหลือเกิน ถ้าอยากรู้ก็เริ่มอ่านได้เลย!
     เรื่องแรกเลยคือเป่าผมหลังจากสระผมเสร็จ ฉันเป็นคนที่ขี้เกียจเป่าผมเอามากๆ นั่นทำให้ฉันไม่ชอบสระผมด้วยเพราะถ้าสระผมก็ต้องเป่าผมให้แห้ง เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเป่าผมเพราะมันน่าเบื่อและกินเวลาเล่นของฉัน จนบางทีฉันจะเล่นก่อนแล้วค่อยเป่าผมเพราะกลัวจะไม่มีเวลาเล่น พอแม่มาเห็น แม่ก็จะเตือนให้ฉันรีบไปเป่าผม ซึ่งแม่ก็เตือนอยู่ทุกๆวันเพราะฉันมัวแต่เล่น จนแม่ไม่ไหวจะทน แม่จึงบ่นว่า"แม่เบื่อที่จะเตือนอย่างนี้อยู่ทุกๆวันแล้วนะ" แต่ฉันก็ไม่พยายามปรับปรุงตัวเองเลย ฉันน่ะเบื่อจริงๆที่แม่ต้องมาจ้ำจี้จ้ำไชให้ฉันเป่าผม แต่ถ้าแม่ไม่เตือน หัวของฉันอาจจะมีรังแคได้ เพราะฉะนั้นฉันก็ต้องเป่าผมให้แห้งอยู่ดี
เฮ้อ! ขี้เกียจเป่าผมอ่ะ
แล้วฉันจะแก้ไขนิสัยแบบนี้ยังไงให้แม่สบายใจและไม่ต้องมาบ่นฉันและเตือนฉันน่ะหรือ ฉันจะพยายามเป่าผมทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จโดยที่ไม่ต้องให้แม่มาเตือน(ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่ฉันจะลองพยายามดู)และถ้าแม่เตือนฉัน ฉันจะรับฟังและพยายามปรับปรุงตัว
เรื่องต่อมา ฉันจะพูดถึงเรื่องเอาของที่ใช้ออกจากกระเป๋า เช่นถุงเท้าและกระติกน้ำ ซึ่งของใช้พวก
นี้ ฉันมักจะลืมเอาออกจากกระเป๋าเพราะฉันมัวแต่คิดเรื่องอื่นจนลืมเอาของที่ว่าออกจากกระเป๋า แม่ก็จะต้องมาเตือนฉันอยู่ทู้กกกกกกกกกวันว่า"เอากระติ๊กน้ำกับถุงเท้าออกจากกระเป๋ารึยางงงงง" และฉันก็จะบอกว่า"เดี๋ยวจะเอาออกค่าาาาาาาา" แต่สุดท้ายฉันก็จะลืมเอาออกแล้วแม่ก็จะต้องมาเตือนอีกครั้ง ว่าแล้ว ฉันก็จะรีบวิ่งไปเอาของที่ว่าออกจากกระเป๋า เท่ากับว่า หนึ่งวันแม่ต้องเตือนฉันถึงสองครั้ง ฉันถึงจะทำมัน ถึงแม่จะเตือนฉันทุกวันแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่ปรับปรุงตัวเพราะฉัน"ขี้เกียจ"เนื่องจากว่าฉันมีเรื่องอื่นที่ฉันอยากจะทำเลยไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ แต่การที่ไม่เอาของออกจากกระเป๋าก็ทำให้ฉันได้รับผลเสียเหมือนกัน เช่นถ้าฉันไม่เอาถุงเท้าออกจากกระเป๋า แม่บ้านก็จะไม่ได้ซัก แล้วฉันก็จะไม่มีถุงเท้าใช้(ซึ่งฉันก็เคยเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่
บ่อยๆ) เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ควรอย่างยิ่งที่จะปรับปรุงตัว
อีกเรื่องนึง เป็นเรื่องแม่บ่นฉันทุกวันมาตั้งฉันยังเป็นเด็กเล็กๆ นั่นก็คือเรื่องกินนั่นเอง(อีกแล้วหรือ เขียนมาตั้งสองเรื่องแล้วนะ!) คือฉันเป็นเด็กที่กินน้อยและเลือกกินมากๆๆตั้งแต่ยังเด็กๆ แม่บอกว่า ตอนเด็กๆแม่ต้องหาอะไรมาล่อฉันเพื่อให้ฉันยอมกิน เห็นตอนเด็กๆฉันกินน้อย แต่ยังไงฉันก็ไม่ผอมเพราะฉันชอบกินขนมมาก ความจริงตอนเด็กๆฉันก็ไม่โดนบ่นเท่าไหร่หรอกเพราะยังไม่ค่อยรู้เรื่อง และไม่รู้ว่าการกินของที่มีประโยชน์สำคัญแค่ไหน แต่พอโตแม่ก็เริ่มบ่นมากขึ้นเพราะรู้ความสำคัญของการกินแล้ว แต่ก็ยังคงกินน้อยและเลือกกิน จนเดี๋ยวนี้โดนแม่บ่นทุกวันเลย พอฉันกินนิดเดียวหรือเลือกกินเมื่อไหร่ แม่ก็จะเตือนว่า ถ้าฉันไม่กิน ฉันก็จะไม่โต แม้ว่าฉันจะรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมต้องกิน ฉันก็ยังคงกินน้อยและเลือกกินอยู่ดี
ฉันจะแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีนี้เพื่อให้แม่สบายใจและเป็นประโยชน์ของตัวฉันเองโดย พยายามจำว่าจะต้องเอาออกจากกระเป๋าทุกวัน แต่ถ้าลืม ครั้งหน้าฉันจะลองพยายามจำ
ฉันจะแก้นิสัยแบบนี้โดย พยายามมองถึงประโยชน์ของการกินอาหารและอาหารอะไรที่ชอบฉันก็จะกินให้เยอะๆหน่อยเพราะมีอาหารที่ฉันไม่ชอบอยู่หลายชนิด ถ้าเจออาหารที่ชอบก็ควรจะกินเยอะๆ อีกอย่างคือฉันจะกินตามปริมาณที่พ่อกับแม่คิดว่าเหมาะสมสำหรับฉัน
ฉากต่อมา ฉันจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ"เรื่องที่พ่อต้องบ่นอันนาซ้ำๆอยู่ทุกวัน ถ้าใครอยากรู้ก็ไปเริ่มกันเลย!
เรื่องแรก ฉันของเล่าถึงการที่ฉันมักจะกังวลล่วงหน้าก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น เช่นเวลาทำการบ้านเลข ขออธิบายก่อนว่า พ่อของฉันเป็นวิศวกรเลยเก่งเลข เวลามีการบ้านที่เลขฉันทำไม่ได้หรือไม่เข้าใจ ฉันก็จะไปหาพ่อให้พ่อมาช่วย แต่ทุกครั้งที่ฉันให้พ่อช่วยฉันจะร้องไห้ทุกครั้งเลยเพราะฉันมักจะกังวลว่าจะทำไม่ได้แต่สุดท้าย เลยโดนพ่อบ่นอยู่ทุกครั้งไป
ถ้าถามว่าฉันจะแก้ไขนิสัยแบบนี้ได้ยังไง ฉันจะพยายามทำการบ้านเลขดูก่อน ไม่ใช่ว่าพอเห็นก็คิดว่าทำไม่ได้
เรื่องต่อมา ฉันจะพูดถึงการออกกำลังกาย พ่อบอกว่าฉันไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ถ้าไม่ออกกำลังกายจะตัวไม่สูง พ่อจะเน้นการว่ายน้ำมากที่สุดเพราะกีฬานี้ดูน่าจะทำให้ฉันสูงมากที่สุดแล้ว แต่ฉันไม่ชอบว่ายน้ำนี่ เพราะมันเหนื่อยและน่าเบื่อ ไปเล่นบาสยังจะดีกว่า มันเป็นกีฬาที่ชอบมากที่สุดเพราะได้เล่นเป็นทีมและเหนื่อยง่ายและทำให้สูงด้วย  แต่ถ้าไปเล่นบาสก็ไม่มีเพื่อนเล่น ถ้าฉันไปเล่นก็เล่นกันแค่ในครอบครัว เลยเล่นไม่ค่อยจะสนุก เข้าเรื่องว่ายน้ำดีกว่า คือพ่อต้องบ่นฉันทุกทีเวลาจะไปว่ายน้ำเพราะฉันไม่อยากไปว่ายน้ำ อยากจะเล่นอย่างอื่นมากกว่า ฉันก็เข้าใจแหละว่าทำไมพ่อถึงต้องสนับสนุนให้ฉันว่ายน้ำ แต่ฉันก็ยังขี้เกัยจอีกอยู่ดีและไม่อยากว่ายเพราะมันเป็นกีฬาที่ฉันไม่ชอบ แล้วช่วงปิดเทอมนี้ พ่อก็จะให้ฉันกับน้องไปว่ายน้ำอาทิตย์ละครั้งอีก 
เรื่องถัดมา เป็นเรื่องเกี่ยวกับฉันที่มักจะนอนดึกแต่ตื่นเช้า ฉันมักจะเล่นDiffersheetเพลิน จนบางครั้งเล่นจนถึงสี่ทุ่มเลย(ไม่แน่ใจว่าพ่อรู้หรือเปล่าเพราะคอนนั้นโกรธกับพ่ออยู่) ตอนนั้นฉันก็ตกใจว่าทำไมเราเล่นนานขนาดนี้ พอเช้าฉันก็รีบตื่นเพราะอยากมาทำDiffersheetต่อ ฉันตื่นประมาณ5.30กว่าๆมั้ง ความจริงยังง่วงอยู่นะ แต่มันอยากทำนี่เลยฝืนตื่นมาทำ พอพ่อเห็นฉันเป็นอย่างนี้อยู่บ่อยๆเข้า พ่อก็เตือนฉันว่า"ทำไมนอนดึกอย่างนี้"แต่บางครั้งถ้าพ่อเห็นฉันไม่ยอมนอนสักที เอาแต่ทำโปรแกรมนี้ พ่อก็จะเตือนว่า"ไปนอนได้แล้วลูกนี่มัน...(เวลาในตอนนั้น)แล้ว" ว่าแล้วฉันก็จะปิดเครื่องShutdown แล้วขึ้นไปนอน พ่อจะต้องเตือนฉันอย่างนี้อยู่ทุกๆวัน เพราะฉันติดDiffersheetเข้าให้แล้ว
ฉันนึกวิธีแก้ไขนิสัยแบบนี้แล้ว ฉันจะพยายามไม่นอนดึก (ไม่น่าทำได้ แต่จะพยายาม)ไม่ต้องให้พ่อมาเตือนฉันก็จะตื่นประมาณหกโมง ถ้ายังไม่ถึงหกโมงก็นอนต่อจนกว่าจะถึงเวลาและฉันจะไม่ติดDiffersheetมากเท่านี้ แต่ถ้าครูสั่งงานอนุโลมให้ทำได้นานหน่อย
ฉากสุดท้าย ฉันขอนำเสนอเรื่อง"เรื่องที่ครูต้องบ่นอันนาซ้ำๆอยู่ทุกวัน" แต่ฉันลองคิดแล้ว คิดไม่ออกจริงๆ แต่ความจริงก็มีนะแต่ครูไม่ได้บ่นทุกวัน ครูบ่นทุกสัปดาห์ต่างหาก
 ฉันขอพูดถึงเรื่องการเล่นบาสที่จะต้องสอบเลอัพ ซึ่งท่าเลอัพค่อนข้างจะยากสำหรับฉัน ครูบ่นฉันในทุกสัปดาห์(เพราะฉันเรียนบาสสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง)ว่า"ทำไมเลอัพอย่างนี้ ลองสังเกตเพื่อนและทำตามดู แต่ยังไงฉันก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนคนอื่นถึงทำได้แต่ฉันทำไม่ได้ พอถึงวันสอบ ฉันก็ตื่นเต้น กลัวทำไม่ได้ แต่สุดท้ายฉันได้คะแนน7.5 เต็มสิบ ฉันดีใจมากเพราะฉันพยายามมานาน สุดท้ายก็สำเร็จ
นี่คือขั้นตอนเลอัพ
เรื่องเลอัพนี้ ฉันไม่ต้องแก้ไขแล้วเพราะฉันเลอัพได้ดีขึ้นแล้ว แต่ฉันยังจะต้องแก้ไจเรื่องกังวลล่วงหน้าว่าตัวเองจะทำไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ทำได้อยู่ดี
สุดท้าย ฉันอยากจะบอกว่า เมื่อเราโดนบ่นไม่ว่าเรื่องอะ ไรก็ตาม เราควรจะพิจารณาว่าเราเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริงเราก็ควรปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นเพื่อไม่ให้เขามาบ่นเราซ้ำๆเพราะเขาก็เบื่อเหมือนกันที่จะต้องพูดเรื่องเดิมๆ
10
People who like your story
14
Press enter to post, Shift+Enter for new line
0
This story was one of the best and beautifully decorated which deserved a Crown.

Comment

สมพร รู้แสวง
You have to keep it in the box
เรื่องที่พ่อแม่ และครูต้องบ่นอันนาซ้ำๆอยู่ทุกวัน
Brings it forward or not?
You want to publish diary or save draft?
Do you want to remove this diary?